เคล็ด(ไม่)ลับการดูแลอาหารของสุนัข

การให้อาหาร ขนม หรือผลไม้อย่างเหมาะสมทำได้อย่างไร?

เนื่องจากในตลาดปัจจุบัน นอกจากอาหารเม็ดสุนัขปกติที่มีหลากหลายแบบ ก็มีขนมสุนัข วิตามินต่างๆมากมายให้เลือกสรร แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าสุนัของเราควรจะได้รับอาหารแบบไหน



1. อาหารสุนัข

อาหารเม็ดสุนัข
การเลือกอาหารเม็ดให้สุนัข ต้องมีเกณฑ์ตามนี้
- อายุของสุนัข 
            อาหารเม็ดจะมีการแยกเกณฑ์อายุ เพื่อให้ได้รับสารอาหารตามช่วงวัยที่ควรได้รับอย่างครบถ้วน
- โรคประจำตัว
            สุนัขที่มีโรคประจำตัวเช่นโรคไต โรคหัวใจ ก็จะมีอาหารเฉพาะ เพื่อเป็นการเพิ่ม/ลดสารอาหารที่
    ไม่เหมาะสำหรับโรคที่สุนัขเป็น
- สายพันธุ์
            สำหรับสุนัขโต(อายุ 1 ปีขึ้นไป) บางสายพันธุ์ จะมีความต้องการสารอาหารไม่เท่ากับสายพันธุ์อื่นๆ
    ซึ่งทำให้มีอาหารเม็ดสำหรับสายพันธุ์โดยเฉพาะแยกขาย
- ส่วนประกอบ
            สุนัขบางตัวที่แพ้ไก่หรือสัตว์ปีก ในท้องตลาดก็จะมีอาหารเม็ดที่มีส่วนประกอบหลักเป็นปลาแทน
- น้ำหนัก
            ข้างถุงของอาหารเม็ดทุกยี่ห้อ จะมีตารางการให้อาหารตามน้ำหนัก เราต้องให้อาหารตามเกณฑ์
    เพื่อไม่ให้สุนัขกินเยอะหรือน้อยเกินไป
- ความต้องการของเจ้าของ
            เจ้าของบางท่านอาจจะต้องการให้สุนัขมีมวลกล้ามเนื้อที่เยอะและแข็งแรง ในท้องตลาดก็จะมียี่ห้อสำหรับเพิ่มมวลกล้ามเนื้อสุนัข บางท่านต้องการลดน้ำหนัก ก็จะมีสูตรสำหรับลดน้ำหนักเช่นกัน
-อาหารชนิดอื่นๆ
            เช่นอาหารเปียกสำหรับหมาสูงอายุ/ป่วย หรืออาหารบาร์ฟ(ต้องปรึกษาแพทย์)

นอกจากการให้อาหารสุนัขเฉยๆ เราสามารถฝึกนิสัยการรอของสุนัขจากการให้อาหารอย่างตรงเวลาด้วยนะ



2. ขนมสุนัข

ขนมสุนัข

การเลือกขนมให้สุนัข มีเกณฑ์ตามนี้
- ขนาด
            ขนาดตัวสุนัขเป็นเช่นไร ขนาดขนมก็ต้องพอประมาณกับตัวสุนัข เพื่อให้เคี้ยวง่ายไม่ติดคอ
- เนื้อสัมผัส
            ขึ้นอยู่กับความชอบของสุนัข ไม่ว่าจะเป็นขนมเคี้ยวแบบแข็งๆ นิ่มๆ หรือขนมกรอบๆ
- ส่วนระกอบ
            ต้องเช็คส่วนประกอบของโซเดียมและน้ำตาลไม่ให้เยอะจนเกินไป และต้องไม่มีส่วนประกอบที่ตัว        สุนัขแพ้
- ความเหมาะสมของการให้
            บางชนิดมีบอกข้างซองว่าควรให้ปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน แต่จริงๆไม่ควรให้ขนมสุนัขเยอะเนื่องจาก        ไม่ใช่สารอาหารที่จำเป็นเท่าอาหารเม็ด



3. ผลไม้


ผลไม้ที่ดีต่อสุนัข
-กล้วย (โพแทสเซียมและวิตามินซี)
-บลูเลอร์รี่ (สารต้านอนุมูลอิสระสูง)
-กีวี่ (โพแทสเซียมและวิตามินซี)
-สับปะรด (โพแทสเซียมและวิตามินซี)
-สตรอว์เบอร์รี่ (ไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระสูง)

ผลไม้ที่ห้ามให้สุนัข
-องุ่น/ลูกเกด (ทำให้ไตล้มเหลว)
-อโวคาโด (ทำให้อาเจียน)
-เชอร์รี่ (มีไซยาไนด์)
-หัวหอม (ทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง)



4. วิตามินอื่นๆ


เกณฑ์การเลือกวิตามินของสุนัข
- สายพันธ์
            สุนัขบางสายพันธุ์ต้องการวิตามินบางอย่างมากกว่าสายพันธุ์อื่น เช่นคอร์กี้ที่ต้องการแคลเซียม            เนื่องจากมีความเสี่ยงที่กระดูกขาหลังจะเสื่อม
- ขน
            สุนัขที่ขนยาวจะต้องการวิตามินเพื่อให้ขนนุ่มสวย
- อายุ
            สุนัขที่โตหรือแก่แล้วก็ต้องการการบำรุงที่มากกว่าสุนัขเด็ก
- โรคประจำตัว
            สุนัขที่มีโรคประจำตัว แพทย์ย่อมจ่ายวิตามินบางตัวเพื่อช่วยเรื่องโรค

*ทั้งนี้ทั้งนั้นวิตามินอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับสุนัข หากต้องการที่จะให้ควรปรึกษาแพทย์ก่อน*


5. เพิ่มเติม

ควรมีน้ำสะอาดให้สุนัขตลอดเวลา

และหมั่นพาไปออกกำลังกายเป็นประจำ


ข้อสรุป : อาหารต่างๆก็มีวิธีให้หรือปริมาณที่เหมาะสม หากทำได้ไม่ขาดไม่เกินก็จะถือเป็นการดูแลสุนัขที่ดีได้ แต่อาหารบางอย่างควรปรึกษากับสัตวแพทย์ก่อน


cr.(รูปภาพ) : สามารถติดตามเจ้า3ตัวในบล็อกได้ที่ ig : oji_hana_corgi_theseries


ความคิดเห็น